เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 คณะทำงานโครงการการยกระดับการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ที่ปรึกษามหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร.มรกต ตันติเจริญ ที่ปรึกษามหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร.เชาวลิต ลิ้มมณีวิจิตร รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและผู้เรียนรู้ และ ดร.ศิวัช สังครีทวงษ์ นักวิจัยอาวุโส ได้ให้การต้อนรับคณะผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการ ณ มจธ. พื้นที่การศึกษาราชบุรี การประชุมติดตามผลในครั้งนี้มุ่งเน้นการสังเคราะห์ความก้าวหน้าเชิงยุทธศาสตร์ในการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ไปประยุกต์ใช้ในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากตามแนวคิดการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area-Based Development)
ประเด็นสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการคือ การพัฒนาและประยุกต์ใช้ตัวแบบวิสาหกิจเพื่อสังคมของมหาวิทยาลัย (University Social Enterprise: USE หรือ Social Innovation Enterprise: SIE) ซึ่งได้รับการออกแบบตามทฤษฎีการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value: CSV) และการบูรณาการห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Integration) โดยมุ่งเน้นการเข้าไปเติมเต็มช่องว่างทางเทคโนโลยีและการจัดการ (Systemic Gap Filling) โดยไม่ทับซ้อนหรือทดแทนกลไกสหกรณ์และผู้ประกอบการเดิมในระบบนิเวศ ทั้งนี้ ตัวแบบ USE มุ่งยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายเล็กและรายย่อยในจังหวัดราชบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ผ่านกลไกการให้บริการแบบครบวงจร 4 มิติหลัก ได้แก่
- คลินิกสุขภาพและระบบสืบพันธุ์โคนมเคลื่อนที่ (Mobile Reproductive and Health Clinic): การให้บริการตรวจสุขภาพเชิงรุก การเหนี่ยวนำการตกไข่และการผสมเทียมตามระยะเวลาที่กำหนด (Timed Artificial Insemination: TAI) ควบคู่กับการตรวจวินิจฉัยการตั้งท้องระยะเริ่มต้น เพื่อแก้ไขปัญหาอัตราการผสมติดต่ำและลดจำนวนวันว่างของแม่โค (Days Open) อย่างเป็นระบบ
- การจัดการโภชนาการและศูนย์อาหารผสมเสร็จ (Nutritional Management and TMR Center): การบูรณาการความร่วมมือกับสหกรณ์ในการจัดซื้อวัตถุดิบอาหารสัตว์ร่วมกัน (Collaborative Procurement) เพื่อสร้างการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการคำนวณสูตรอาหารที่เหมาะสมตามฐานวัตถุดิบท้องถิ่น (Least-Cost Ration Formulation) ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ที่ช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซมีเทนในระบบทางเดินอาหาร (Enteric Methane Mitigation) เพื่อรองรับแนวคิดเกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ
- แพลตฟอร์มสารสนเทศและการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ (Data Analytics Platform and Diagnostic Services): การพัฒนาระบบฐานข้อมูลฟาร์มดิจิทัลควบคู่กับการให้บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำนมดิบและคุณค่าทางโภชนาการของอาหารสัตว์ เพื่อนำข้อมูลเชิงประจักษ์มาใช้วินิจฉัยและแก้ไขปัญหาแบบจำเพาะเจาะจงรายฟาร์ม (Precision Farm-Specific Intervention)
- โรงเรียนโคนมและการพัฒนาทุนมนุษย์ (Dairy School and Human Capital Development): การจัดตั้งกลไกการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อฝึกอบรมและยกระดับทักษะของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมและทายาทเกษตรกร สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญพี่เลี้ยงประจำพื้นที่ (Dairy Coach) ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีและให้คำปรึกษาแก่ฟาร์มเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
การสังเคราะห์งานวิจัยเชิงลึกเข้ากับตัวแบบธุรกิจเพื่อสังคม (USE) และกลไกสหกรณ์ดั้งเดิมในครั้งนี้ ถือเป็นนวัตกรรมเชิงสถาบันที่มุ่งแก้ไขปัญหาโครงสร้างการผลิตโคนมอย่างเป็นระบบ โดยมีตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญคือ การลดต้นทุนผันแปรด้านอาหารสัตว์ การเพิ่มสัดส่วนแม่โครีดนมในฝูง (Milking Herd Ratio) และการยกระดับปริมาณผลผลิตน้ำนมดิบเฉลี่ยสู่ระดับเป้าหมายที่ 13.5–15 กิโลกรัม/ตัว/วัน อันจะนำไปสู่การสร้างเสถียรภาพทางรายได้ การเสริมสร้างขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และการสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายย่อยของประเทศไทยอย่างยั่งยืน




















