หน้าแรก / มจธ. ต้อนรับคณะ บพท. ติดตามงานโครงการยกระดับโคนมไทย ชูโมเดล USE (University Social Enterprise) เดินหน้าบริการครบวงจร หนุนเกษตรกรราชบุรีสู่ความยั่งยืน

มจธ. ต้อนรับคณะ บพท. ติดตามงานโครงการยกระดับโคนมไทย ชูโมเดล USE (University Social Enterprise) เดินหน้าบริการครบวงจร หนุนเกษตรกรราชบุรีสู่ความยั่งยืน


ข่าวประชาสัมพันธ์
21 ตุลาคม 2569

มจธ. ต้อนรับคณะ บพท. ติดตามงานโครงการยกระดับโคนมไทย ชูโมเดล USE (University Social Enterprise) เดินหน้าบริการครบวงจร หนุนเกษตรกรราชบุรีสู่ความยั่งยืน

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 คณะทำงานโครงการการยกระดับการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ที่ปรึกษามหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร.มรกต ตันติเจริญ ที่ปรึกษามหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร.เชาวลิต ลิ้มมณีวิจิตร รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและผู้เรียนรู้ และ ดร.ศิวัช สังครีทวงษ์ นักวิจัยอาวุโส ได้ให้การต้อนรับคณะผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการ ณ มจธ. พื้นที่การศึกษาราชบุรี การประชุมติดตามผลในครั้งนี้มุ่งเน้นการสังเคราะห์ความก้าวหน้าเชิงยุทธศาสตร์ในการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ไปประยุกต์ใช้ในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากตามแนวคิดการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area-Based Development)

ประเด็นสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการคือ การพัฒนาและประยุกต์ใช้ตัวแบบวิสาหกิจเพื่อสังคมของมหาวิทยาลัย (University Social Enterprise: USE หรือ Social Innovation Enterprise: SIE) ซึ่งได้รับการออกแบบตามทฤษฎีการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value: CSV) และการบูรณาการห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Integration) โดยมุ่งเน้นการเข้าไปเติมเต็มช่องว่างทางเทคโนโลยีและการจัดการ (Systemic Gap Filling) โดยไม่ทับซ้อนหรือทดแทนกลไกสหกรณ์และผู้ประกอบการเดิมในระบบนิเวศ ทั้งนี้ ตัวแบบ USE มุ่งยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายเล็กและรายย่อยในจังหวัดราชบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ผ่านกลไกการให้บริการแบบครบวงจร 4 มิติหลัก ได้แก่

  • คลินิกสุขภาพและระบบสืบพันธุ์โคนมเคลื่อนที่ (Mobile Reproductive and Health Clinic): การให้บริการตรวจสุขภาพเชิงรุก การเหนี่ยวนำการตกไข่และการผสมเทียมตามระยะเวลาที่กำหนด (Timed Artificial Insemination: TAI) ควบคู่กับการตรวจวินิจฉัยการตั้งท้องระยะเริ่มต้น เพื่อแก้ไขปัญหาอัตราการผสมติดต่ำและลดจำนวนวันว่างของแม่โค (Days Open) อย่างเป็นระบบ
  • การจัดการโภชนาการและศูนย์อาหารผสมเสร็จ (Nutritional Management and TMR Center): การบูรณาการความร่วมมือกับสหกรณ์ในการจัดซื้อวัตถุดิบอาหารสัตว์ร่วมกัน (Collaborative Procurement) เพื่อสร้างการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการคำนวณสูตรอาหารที่เหมาะสมตามฐานวัตถุดิบท้องถิ่น (Least-Cost Ration Formulation) ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ที่ช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซมีเทนในระบบทางเดินอาหาร (Enteric Methane Mitigation) เพื่อรองรับแนวคิดเกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ
  • แพลตฟอร์มสารสนเทศและการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ (Data Analytics Platform and Diagnostic Services): การพัฒนาระบบฐานข้อมูลฟาร์มดิจิทัลควบคู่กับการให้บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำนมดิบและคุณค่าทางโภชนาการของอาหารสัตว์ เพื่อนำข้อมูลเชิงประจักษ์มาใช้วินิจฉัยและแก้ไขปัญหาแบบจำเพาะเจาะจงรายฟาร์ม (Precision Farm-Specific Intervention)
  • โรงเรียนโคนมและการพัฒนาทุนมนุษย์ (Dairy School and Human Capital Development): การจัดตั้งกลไกการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อฝึกอบรมและยกระดับทักษะของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมและทายาทเกษตรกร สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญพี่เลี้ยงประจำพื้นที่ (Dairy Coach) ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีและให้คำปรึกษาแก่ฟาร์มเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

การสังเคราะห์งานวิจัยเชิงลึกเข้ากับตัวแบบธุรกิจเพื่อสังคม (USE) และกลไกสหกรณ์ดั้งเดิมในครั้งนี้ ถือเป็นนวัตกรรมเชิงสถาบันที่มุ่งแก้ไขปัญหาโครงสร้างการผลิตโคนมอย่างเป็นระบบ โดยมีตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญคือ การลดต้นทุนผันแปรด้านอาหารสัตว์ การเพิ่มสัดส่วนแม่โครีดนมในฝูง (Milking Herd Ratio) และการยกระดับปริมาณผลผลิตน้ำนมดิบเฉลี่ยสู่ระดับเป้าหมายที่ 13.5–15 กิโลกรัม/ตัว/วัน อันจะนำไปสู่การสร้างเสถียรภาพทางรายได้ การเสริมสร้างขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และการสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายย่อยของประเทศไทยอย่างยั่งยืน


ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สำหรับบุคลากร


สำหรับนักศึกษา